ButterBear “น้องหมีเนย” สุดไวรัล กลยุทธ์การตลาดอันชาญฉลาด ดึงดูดใจลูกค้า ยกระดับ Customer Experience
นาทีนี้ไม่มีใครไม่รู้จักแบรนด์ ButterBear หรือ น้องหมีเนย มาสคอตสุดน่ารักจากร้านขนม "Butterbear" กลายเป็นปรากฏการณ์ทางการตลาดที่โด่งดัง และประสบความสำเร็จอย่างมาก
Ployeliz

ButterBear กลยุทธ์ใช้ มาสคอต อันชาญฉลาด ดึงดูดใจลูกค้า ยกระดับ Customer Experience

นาทีนี้ไม่มีใครไม่รู้จักแบรนด์ ButterBear หรือ น้องหมีเนย มาสคอตสุดน่ารักจากร้านขนม "Butterbear" กลายเป็นปรากฏการณ์ทางการตลาดที่โด่งดัง และประสบความสำเร็จอย่างมาก สามารถดึงดูดลูกค้า สร้างฐานแฟนคลับ และยกระดับ Customer Experience ของร้านได้อย่างน่าทึ่ง เรามาวิเคราะห์กันว่าแบรนด์ Butterbear มีกลยุทธ์อะไรบ้าง และช่วยสร้าง Customer Experience ได้อย่างไร

การใช้มาสคอตสามารถยกระดับ Customer Experience ได้อย่างไร?

ช่วยสร้างความประทับใจให้ลูกค้า

มาสคอตที่ออกแบบมาอย่างดีสามารถสร้างความประทับใจที่ยั่งยืนให้กับลูกค้า ทำให้แบรนด์มีความน่าจดจำและเพิ่มโอกาสในการถูกจำได้ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง อย่างมาสคอตน้องหมีเนย มีรูปร่างหน้าตาที่น่ารัก ตะมุตะมิ เป็นเอกลักษณ์ คาแรคเตอร์ที่ร่าเริง ขี้อ้อน เป็นกันเอง เข้าถึงง่าย สร้างความรู้สึกคุ้นเคย เหมือนเพื่อน จึงสามารถดึงดูดความสนใจของลูกค้าทุกเพศทุกวัย ได้เป็นอย่างดี

ช่วยเล่าเรื่องของแบรนด์

มาสคอตสามารถเป็นตัวละครหลักในเรื่องราวของแบรนด์ ช่วยสื่อสารข้อความของแบรนด์อย่างมีเสน่ห์และสนุกสนาน ทำให้แคมเปญการตลาดน่าติดตามและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้แบรนด์มีชีวิตชีวาและเข้าถึงง่าย ช่วยให้แบรนด์มีใบหน้าที่เป็นมิตร ทำให้ลูกค้ารู้สึกเชื่อมโยงและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ให้ลูกค้ามีแนวโน้มที่จะมีส่วนร่วมกับแบรนด์มากขึ้น ดึงดูดใจลูกค้าด้วยความน่ารัก ซึ่งแบรนด์ Butterbear มีทั้งเพลง มีคลิปวิดีโอ มีมีม ที่ทั้งน่ารัก ตลก แชร์ต่อได้ง่าย จึงกลายเป็นกระแสโด่งดังบนโซเชียลมีเดีย

ช่วยสร้างความจงรักภักดี ส่งเสริมการมีส่วนร่วม

ลูกค้าที่รู้สึกเชื่อมโยงกับมาสคอตมักจะพัฒนาความจงรักภักดีต่อแบรนด์ และความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า สามารถใช้ในกิจกรรมการตลาด เช่น แคมเปญโซเชียลมีเดีย งานอีเวนต์ และโปรโมชั่น ทำให้ลูกค้ามีส่วนร่วมสนุกสนานและน่าสนใจ อย่างแบรนด์ Butterbear มีกิจกรรมให้ลูกค้าร่วมสนุก ถ่ายรูป เช็คอิน สร้าง Engagement ดึงดูดให้ลูกค้าติดตาม สินค้าลิมิเต็ดเอดิชั่น กระตุ้นให้ลูกค้าซื้อสะสม อยากเป็นเจ้าของ

ช่วยสร้างความแตกต่าง เพิ่มโอกาสในการเจาะช่องทางการตลาดอื่นๆ

มาสคอตที่มีเอกลักษณ์สามารถช่วยให้แบรนด์โดดเด่นในตลาด แตกต่างจากคู่แข่ง ความเป็นเอกลักษณ์นี้สามารถดึงดูดลูกค้าที่รู้สึกเข้ากับบุคลิกและเรื่องราวของมาสคอตได้ มาสคอตสามารถใช้งานได้ในช่องทางการตลาดต่างๆ ตั้งแต่โฆษณา บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงโซเชียลมีเดียและงานอีเวนต์ ทำให้แบรนด์ไม่ห่างหายไปจากผู้คนถูกมองเห็นอยู่เสมอ และสอดคล้องกันในทุกจุด

ช่วยสร้างภาพลักษณ์เชิงบวก

มาสคอตมักสะท้อนคุณค่าและบุคลิกภาพของแบรนด์ มาสคอตที่เป็นมิตรและน่าดึงดูด สามารถสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกให้กับแบรนด์ ส่งผลต่อการรับรู้และทัศนคติของลูกค้า น้องหมีเนย จึงเป็นตัวแทนของแบรนด์ที่สามารถ สื่อสารภาพลักษณ์ของร้านที่น่ารัก อบอุ่น เข้าถึงง่าย โดยช่วยสร้าง Brand Awareness ทำให้ลูกค้าจดจำไม่ว่าจะเป็นชื่อร้าน โลโก้ สินค้า จนไปถึงการเกิด Brand Loyalty ทำให้ลูกค้ารู้สึกผูกพัน รัก อยากกลับมาซื้อซ้ำได้อีกด้วย

ช่วยยกระดับ Customer Experience

มาสคอตสามารถกระตุ้นการโต้ตอบของลูกค้าผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การแข่งขัน เกม และกิจกรรมอื่นๆ ที่สามารถนำไปสู่การมีส่วนร่วมของลูกค้าที่มากขึ้นและความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับแบรนด์ อย่าง Butterbear ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดี น่าประทับใจ กลายเป็นจุดถ่ายรูปสุดฮิต ลูกค้าได้ถ่ายรูปกับมาสคอต ที่เป็นตัวแทนของร้าน ช่วยรับฟังคำติชม แก้ไขปัญหา สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยม

ขอบคุณรูปภาพจาก Butterbear.th

มาสคอต จะสามารถช่วยเพิ่มยอดขายได้อย่างไร?

 มาสคอตที่ถูกออกแบบมาอย่างดี สามารถกระตุ้นยอดขายโดยการเสริมสร้างประสบการณ์ลูกค้าเมื่อลูกค้ารู้สึกว่าตัวเองมีส่วนร่วมกับแบรนด์ จะทำให้มีแนวโน้มในการซื้อซ้ำเพิ่มขึ้น จากการได้รับประสบการณ์ที่ดี ลูกค้ามีความรู้สึกเป็นบวกมากขึ้น ซึ่งสามารถแปลเป็นความจงรักภักดีต่อแบรนด์ และทำการแนะนำแบรนด์ให้แก่ผู้อื่น สามารถต่อยอดการเติบโตทางธุรกิจได้ในอนาคต

งานวิจัยสนับสนุน เกี่ยวกับผลกระทบของมาสคอตต่อยอดขาย

มีงานวิจัยรองรับหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่ามาสคอตสามารถส่งผลดีต่อยอดขายและประสิทธิภาพของแบรนด์

การศึกษาของมหาวิทยาลัยโอเรกอนพบว่ามาสคอตสามารถเพิ่มบุคลิกภาพของแบรนด์ ทำให้ผู้บริโภคชื่นชอบและภักดีต่อแบรนด์มากขึ้น ซึ่งสามารถเพิ่มยอดขายได้

รายงานจาก Ad Age เน้นย้ำว่ามาสคอตเช่น Gecko ของ Geico และ Duck ของ Aflac ได้กลายเป็นส่วนสำคัญของอัตลักษณ์แบรนด์ของพวกเขาช่วยให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ได้ดีขึ้น

Pillsbury Doughboy เป็นมาสคอตที่ประสบความสำเร็จมากว่า 50 ปี มีส่วนช่วยในการสร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์และยอดขายที่สูง รายงานระบุว่าแบรนด์ที่มีมาสคอตสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้ถึง 41%

การศึกษาของ System1 Group พบว่าโฆษณาที่มีมาสคอตมีโอกาสเพิ่มส่วนแบ่งตลาดมากกว่าโฆษณาที่ไม่มีถึง 37% นอกจากนี้ มาสคอตยังส่งผลดีต่อธุรกิจอย่างมาก (การเพิ่มยอดขาย กำไร ฯลฯ) มากขึ้นถึง 50%

ตัวอย่างและการศึกษาเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการนำมาสคอตเข้ามาในกลยุทธ์ของแบรนด์สามารถนำไปสู่การเพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้า ความจงรักภักดีต่อแบรนด์ และส่งผลไปถึงยอดขายในที่สุด ซึ่งการเพิ่มขึ้นของยอดขายในเปอร์เซ็นต์ที่แน่นอนอาจแตกต่างกันไปตามอุตสาหกรรม สภาพตลาด และประสิทธิภาพของแคมเปญมาสคอต อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างมาสคอตและการเติบโตของยอดขายเรียกได้ว่าเป็นกลยุทธ์ที่นักการตลาดยุคใหม่ยอมรับ

แล้วกลยุทธ์มาสคอตแตกต่างจากกลยุทธ์การตลาดแบบดั้งเดิมอย่างไร?

กลยุทธ์การตลาดแบบตั้งเดิมในธุรกิจประเภทอาหาร-ขนมเบเกอรี่ มักใช้การบอกปากต่อปากเล่าเรื่องราวความอร่อยผ่านตัวบุคคล ซึ่งกว่าจะเป็นที่รู้จักก็อาจะกินระยะเวลานาน หรือบางรายอาจจะหายไปจากตลาด เนื่องจากมีคู่แข่งทางการตลาดจำนวนมาก และไม่เกิดยอดขายจนทำให้ธุรกิจต้องปิดตัวลง และในยุคที่โซเชี่ยลเป็นช่องทางในการสื่อสารหลัก และสามารถทำให้ผู้คนเข้าถึงได้ง่าย ดังนั้นกลยุทธ์การตลาดแบบ ใช้มาสคอตสื่อสาร สามารถสร้างความโดดเด่นให้กับแบรนด์ได้ จากองค์ประกอบดังต่อไปนี้

ต่างจากการตลาดแบบดั้งเดิมที่มุ่งเน้นคุณสมบัติและประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ กลยุทธ์มาสคอตมีเป้าหมายเพื่อสร้างความผูกพันทางอารมณ์กับลูกค้า การมีส่วนร่วมทางอารมณ์นี้สามารถนำไปสู่ความจงรักภักดีต่อแบรนด์และการสนับสนุนที่แข็งแกร่งขึ้น

มาสคอตช่วยให้แบรนด์มีบุคลิกภาพที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งการตลาดแบบดั้งเดิมอาจไม่สามารถทำได้ บุคลิกภาพนี้ช่วยให้แบรนด์มีความน่าจดจำและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

มาสคอตให้การปรากฏตัวที่สม่ำเสมอและจดจำได้ง่ายในช่องทางการตลาดต่างๆ แตกต่างจากกลยุทธ์แบบดั้งเดิมที่อาจมีความแตกต่างในโทนเสียงและข้อความ

มาสคอตมักจะเอื้ออำนวยให้เกิดแคมเปญการตลาดเชิงโต้ตอบ เช่น การโต้ตอบบนโซเชียลมีเดีย เกม และกิจกรรมต่างๆ ซึ่งสามารถดึงดูดได้มากกว่าการโฆษณาแบบดั้งเดิม

ในขณะที่การตลาดแบบดั้งเดิมมักมุ่งเน้นไปที่การขายทันที มาสคอตช่วยในการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าโดยการมีส่วนร่วมและสร้างความบันเทิงให้กับพวกเขาอย่างต่อเนื่อง

ขอบคุณรูปภาพจาก Butterbear.th

สรุปมาสคอต ‘น้องหมีเนย’ มีบทบาทสำคัญในการยกระดับ Customer Experience ของธุรกิจอย่างไรบ้าง

สร้างการจดจำและความคุ้นเคย มาสคอต น้องหมีเนย ถูกออกแบบให้มีใบหน้าสุดน่ารัก สื่ออารมณ์ได้เพียงแค่เปลี่ยนมุมมองการถ่ายภาพ ประกอบกับการใช้ท่าทางการสื่อสารไม่ว่าจะเป็นการเต้นประกอบเพลงฮิตที่กำลังเป็นกระแสดังในโซเชี่ยล ผสมผสานความน่ารัก สดใส ขี้เล่น บุคลิกขี้แกล้งแสนกวนของน้องเนย ที่มีเอกลักษณ์และน่าจดจำ จึงสามารถช่วยให้แบรนด์ดูโดดเด่นจากคู่แข่ง

สร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์ และด้วยความเป็นมาสคอตหมี ที่พื้นฐานตุ๊กตาหมีนั้นมีภาพลักษณ์แสนอบอุ่น และเป็นตัวแทนของขวัญสำหรับคนทุกเพศทุกวัยมานาน จึงไม่ยากเลยที่สามารถทำให้ผู้คนจำนวนมากเข้าถึงได้ง่ายเพราะรู้สึกอบอุ่นสบายใจ

สร้างการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย แบรนด์ ButterBear ก็ยิ่งขยายฐานกลุ่มลูกค้าเป็นวงกว้างนอกเหนือจากกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบขนมของหวาน ฐานลูกค้าเก่าจากแบรนด์ Coffee Beans by Dao ก็ขยายออกไปถึง กลุ่มลูกค้าเยาวชน นักท่องเที่ยวชาวจีน ผู้ที่ใช้โซเชี่ยลที่ชอบการถ่ายรูปติดเทรนด์กระแส แม้แต่ดึงดูดครอบครัวผู้คนทุกเพศทุกวัยได้อีกด้วย

สร้างประสบการณ์ที่สนุกสนาน น่าจดจำ เมื่อมาสคอตน้องเนยได้รับการสนใจมีแฟนคลับเป็นจำนวนมากทั้งในไทยและต่างประเทศ ทางแบรนด์ก็มีการสร้าง ด้อมน้องเนย เพื่อให้ผู้ที่รักและชื่นชอบหมีเนย เข้ามามีส่วนร่วมโดยการอัปเดตพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน อีกทั้งยังสร้างการมีส่วนร่วมกับฐานแฟนคลับ (ลูกค้า) ให้ยิ่งเหนียวแน่นขึ้นไปอีก โดยการส่งรูปภาพกิจวัตรประจำวันพร้อมเล่าเรื่องราวความน่ารัก ตื่นเช้า เข้านอน ไปโรงเรียน ทำการบ้านเสมือนน้องเนยเป็นหมีเด็กและมีตัวตนอยู่จริง รวมไปถึงอัปเดตข่าวสาร ตารางงานอีเวนต์ โปรโมชั่น จึงทำให้ลูกค้ารู้สึกได้รับความสำคัญ จากที่ได้รับข่าวสารจากแบรนด์โดยการสื่อสารผ่านน้องเนยก่อนใคร

สร้างค่านิยมและวัฒนธรรมของแบรนด์ พร้อมทั้งทำการสอดแทรกผลิตภัณฑ์ และมูดโทนความเป็นแบรนด์ ButterBear ที่เป็นเอกลักษณ์ ให้มัมมีพ่อหมีได้อัปเดต และชื่นชมความน่ารักแสนกวนของน้องหมีเนยทุกวัน และกลายเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความภักดีต่อแบรนด์ โดยซื้อผลิตภัณฑ์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด พวงกุญแจ กระเป๋าเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันหรือแม้แต่เป็น ของฝากที่มีคุณค่าทางจิตใจอีกด้วย กลยุทธ์การตลาดที่ใช้ มาสคอตสื่อสาร ให้แบรนด์ ButterBear มีความโดดเด่นในตลาด บนโลกโซเชี่ยลที่มีการแข่งขันสูง ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่น่าจับตามองมากเลยทีเดียว

ถ้าหากคุณเป็นหนึ่งธุรกิจในโลกออนไลน์ที่มีการแข่งขันสูง และกำลังมองหาเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจมี Customer Experience ที่ดีเชื่อมโยงลูกค้าโดยการ เก็บข้อมูลลูกค้า (CRM) เพื่อพัฒนาต่อยอดทางการตลาดกับกลุ่มลูกค้าให้ถึงแก่น  ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน สามารถใช้ร่วมกันได้หลายแพลตฟอร์ม แชร์หรือเรียกดูข้อมูลลูกค้าที่เก็บได้ระหว่างหลายๆ ทีมอย่างไม่สะดุด

Oho Chat ระบบจัดการแชท (Omnichannel) เพิ่มประสิทธิภาพทีมแอดมิน ที่มีฟีเจอร์เด็ดไม่ว่าจะเป็น แชทบอท, แดชบอร์ดวัดผล, คลังข้อมูล, ส่งแชทอัตโนมัติ และอื่นๆ ที่จะช่วยให้ธุรกิจ สามารถสร้างแผนการตลาดได้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ทดลองใช้ได้แล้ววันนี้ ฟรี 14 วัน อย่ารอให้คู่แข่งแซงหน้าไปก่อน หากคุณสนใจ ทักหาเราในตอนนี้ รับทันทีโปรโมชั่นพิเศษที่คัดมาแล้วคุ้มค่ากับธุรกิจของคุณ

พร้อมแล้ว เริ่มใช้งานฟรี!
ทดลองใช้ฟรี คลิก!
เชื่อมต่อเพจของคุณฟรีทันที!