


ปัจจุบันมีหลากหลายธุรกิจที่นำแชทบอทมาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยในการตอบคำถาม บริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว เพื่อช่วยยกระดับ Seamless Customer Experience หรือที่เรียกว่าการมอบประสบการณ์ให้กับลูกค้าตลอดเส้นทางของการซื้อสินค้าและบริการแบบ “ไร้รอยต่อ” เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์เชิงบวก ที่น่าประทับใจ ไร้ซึ่งอุปสรรค รวดเร็วทันใจไม่ล่าช้า แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความเข้าใจผิดที่ฝังลึกมานานเกี่ยวกับ AI chatbots ที่ทำให้หลายคนลังเลที่จะนำมาใช้กับธุรกิจของตัวเอง วันนี้โอโห้จึงอยากมาแก้ไขความเข้าใจผิดเกี่ยวกับแชทบอท โดยแยกได้ออกทั้งหมดเป็น 6 หัวข้อ

จริงอยู่ที่บางระบบสามารถเข้าใจภาษาธรรมชาติของมนุษย์ จำลองการสนทนาของมนุษย์ได้ทันที แต่รู้หรือไม่ว่าบอทที่ใช้กันทุกวันนี้นี้สามารแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่:
ซึ่งปกติแล้ว AI chatbots ต้องตั้งโปรแกรมตอบสนองพื้นฐานไว้ล่วงหน้า แต่หลังจากที่ถูกใช้แล้ว โปรแกรมจะสามารถเรียนรู้จากการวิเคราะห์ลักษณะคำและอารมณ์เพื่อทีจะได้ตอบได้มากขึ้นด้วยตัวระบบเอง โดยผู้สร้างไม่ต้องอัปเดตบ่อยๆ แต่การใช้บอทแบบ AI นี้อาจมีข้อเสียตามมา ยกตัวอย่างกรณีของ Microsoft ที่ชื่อว่า Taytweets AI ตัวนี้สามารถสื่อสารกับผู้คนบนโลกออนไลน์ได้โดยอัตโนมัติผ่านทาง Twitter แต่โดน Microsoft ปิดการทำงานลงทันทีหลังจากเปิดใช้งานได้เพียง 16 ชั่วโมง หลังจากเริ่มทวีตเนื้อหาไม่เหมาะสมซึ่งเกี่ยวกับการเหยียดเชื้อชาติ (Racism) ซึ่งเกิดขึ้นจากการเรียนรู้ความคิดเห็นที่เกิดซ้ำๆ จากผู้ใช้ Twitter คนอื่นๆ ที่เป็นมนุษย์
คือแชทบอทที่ทำงานตามกฎหรือคำสำคัญต่างๆ (keyword) ที่ตั้งค่าเอาไว้ซึ่งหลายธุรกิจนิยมจะใช้ Bot ที่มีระบบปฏิบัติการแบบนี้ เพราะสามารถออกแบบบทสนทนา และควบคุมข้อความตอบกลับได้ตามที่ธุรกิจต้องการ หากคำหรือข้อความไม่ตรงกับคำสำคัญที่กำหนดไว้ระบบก็จะไม่ทำงาน เจ้าของธุรกิจจึงจำเป็นต้องกำหนดคำสั่งไว้หลายรูปแบบเพื่อให้ครอบคลุมทุกคำถามที่เป็นไปได้ AI ตอบแชท ประเภทนี้ไม่สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง ทุกคำตอบขึ้นอยู่กับการตั้งค่า สำหรับธุรกิจที่มีความกังวลเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของบริษัทจึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า ป้องกันการตอบผิดซึ่งอาจส่งผลเสียให้กับธุรกิจ หรือเกรงว่าคะแนนความพึงพอใจจะลดลงหากนำมาใช้แทนเจ้าหน้าที่ที่เป็นมนุษย์

บางธุรกิจอาจจะกลัวว่า เอ๊ะ Bot จะตอบอะไรที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของตัวเองไปหรือไม่ ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้ เพราะจริงๆ แล้วการตั้งค่าบทสนทนาในระบบนั้นขึ้นอยู่กับแอดมินหรือเจ้าของธุรกิจ ยิ่งถ้าใช้ระบบแบบ Rule-based แล้ว หากบอทตอบได้ฉลาด ก็เพราะตั้งค่าคำตอบไว้อย่างรอบคอบ รัดกุม ครอบคลุมในทุกคำถามที่เป็นไปได้ หากบอทตอบงงๆ หรือตอบไม่ได้ ก็เป็นเพราะคนตั้งค่าระบบนั้นตั้งค่าคำถามคำตอบให้มีช่องโหว่นั่นเอง

ข้อนี้เป็นสิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดมานาน ทุกวันนี้ระบบแชทบอทถูกออกแบบมาให้ล้ำหน้ากว่านั้น คือเจ้าของธุรกิจหรือแอดมินที่นำระบบไปใช้สามารถตั้งค่าบทสนทนา ออกแบบได้ตามใจชอบ โดยบอทไม่มีความจำเป็นต้องให้นักพัฒนาระบบเข้ามายุ่งเกี่ยวเลย หมดปัญหาเมื่อต้องการออกแบบบทสนทนาใหม่ๆ เช่น มีบริการหรือสินค้าใหม่ที่ต้องการเพิ่มเข้าไปในบทสนทนา ก็สามารถเพิ่มเติมได้ด้วยตัวเองทันที ทั้งนี้ต้องมีการฝึกใช้งานเหมือนการใช้งานซอฟต์แวร์ทั่วไป

เจ้าของธุรกิจมักกังวลใจว่า หากใช้บอทแล้วลูกค้าจะไม่พอใจ เพราะสิ่งที่ต้องการสอบถามนั้นละเอียดอ่อนและมีเนื้อหาซับซ้อนมากกว่าที่ระบบ AI จะตอบได้ จึงหลีกเลี่ยงการใช้ อันที่จริง AI Bot สามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลายรูปแบบ เช่น โอ้โหแชท ที่มีฟีเจอร์บอทระบบ Rule-based นั้น แอดมินสามารถตั้งค่าบทสนทนาให้ AI เป็นด่านหน้าในการต้อนรับลูกค้า ยกตัวอย่างก็เหมือนเวลาเราไปห้างสรรพสินค้า เวลาที่เราไม่รู้ทางไปช็อปหรือแบรนด์ที่ต้องการ เรามักจะเดินไปถามแผนกประชาสัมพันธ์ของห้างถึงเส้นทาง ว่าต้องไปชั้นไหน ขึ้นบันไดหรือลิฟต์ฝั่งไหนไป ทางฝ่ายประชาสัมพันธ์ก็จะระบุชั้นและวิธีการไปที่เร็วที่สุด AI ตอบแชท รับหน้าที่ต้อนรับ 24 ชั่วโมง ให้ข้อมูลที่ลูกค้ามักถามซ้ำโดยไม่ปล่อยให้ลูกค้าต้องรอ สามารถตอบเป็นข้อความ ภาพ วีดีโอ ลิงก์หรือปุ่ม หลากหลายรูปแบบ หากมีเคสที่ซับซ้อนขึ้น หรือลูกค้าต้องการคุยกับแอดมินเพื่อสอบถามรายละเอียดที่ซับซ้อนขึ้น ก็สามารถที่จะกด “ติดต่อแอดมิน” เพื่อให้ทีมแอดมินสลับเข้ามาดูแลแชทนั้นได้ทันที
อ่านเพิ่ม ฟันธง แชทบอท vs แอดมิน อย่างไหนเวิร์กว่ากัน

หลายองค์กรมักมีความเข้าใจว่าคือระบบที่ควรใช้ในธุรกิจขนาดใหญ่ที่เชี่ยวชาญเทคโนโลยีเท่านั้น ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนมาโดยตลอด เพราะจริงๆ แล้วแชทบอทเป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่จะช่วยกระชับความสัมพันธ์และช่วยย่นระยะเวลาการโต้ตอบระหว่างเจ้าของธุรกิจกับลูกค้าหรือผู้ติดต่อ ดังนั้นอาจจะเรียกได้ว่าธุรกิจทุกระดับชั้น ตั้งแต่เล็กไปถึงใหญ่นั้นสามารถที่จะประยุกต์ใช้บอทเพื่อยกระดับการบริการลูกค้าของตัวเองได้หมด เราจะเห็นได้ว่าปัจจุบันนั้นมีธุรกิจตั้งแต่ร้านค้าออนไลน์ ธุรกิจความงาม ธุรกิจสุขภาพ ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งธุรกิจร้านอาหาร คาเฟ่ ที่ใช้บอทในการโต้ตอบลูกค้าในระยะแรกเพื่อช่วยลดภาระการทำงานของแอดมินเพจ นอกจากนี้อีกความเชื่อหนึ่งคือ การติดตั้งนั้น “แพง” ซึ่งความจริงคือมีหลายบริษัทมากๆ ที่นำเสนอบริการ AI ตอบแชท ในราคาที่เอื้อมถึงได้ง่ายสำหรับธุรกิจทุกขนาด ซึ่งหากลองใช้แล้ว จะค้นพบว่าระบบนั้นช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการจ้างทรัพยากรบุคคล ลดงานเจ้าหน้าที่ และอาจจะถูกกว่าการทำระบบ Call center หรือระบบบริการลูกค้าอีกด้วย

ความเข้าใจผิดที่มากที่สุดคือหากธุรกิจมีช่องทางการติดต่อหลายช่อง เช่น มีทั้ง LINE OA, Facebook และ Instagram การจะทำแชทบอทก็ต้องทำการติดตั้งแยกกันทั้งหมด เช่นอยากมี AI ตอบแชทใน LINE ก็ต้องใช้ LINE bot designer หรืออยากทำแชทบอทใน Facebook Messenger ต้องใช้ Manychat ทำให้หลายธุรกิจถอดใจเพราะคิดว่าคงวุ่นวาย ต้องมาเทรนให้เจ้าหน้าที่ใช้งาน 2-3 ระบบ แต่จริงๆ แล้วปัจจุบันมี ระบบ Bot ที่สามารถติดตั้งเพียงครั้งเดียวในระบบเดียว อย่างโอ้โหแชท ที่มีฟังก์ชันช่วยรวมแชทลูกค้าจากทุก Social Media platform ได้หมด พูดง่ายๆ ก็คือแอดมินสามารถตั้งค่าเพียงครั้งเดียวจบ ไม่ว่าลูกค้าจะทักมาจาก LINE OA, Facebook Messenger หรือ Instagram บอทที่ตั้งค่าไว้จะทำงานช่วยตอบลูกค้าในทุกแพลตฟอร์มที่ธุรกิจมีทันที ช่วยประหยัดเวลาทั้งฝ่ายไอที ทั้งการเทรนเจ้าหน้าที่แอดมินของธุรกิจ ให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างราบรื่น
ศึกษา ฟีเจอร Chat bot ของ Oho Chat เพิ่ม คลิก
🎊 โอ้โห มีตัวช่วยธุรกิจดีๆ ขนาดนี้แล้วจะรออะไรอยู่ สมัครเลยทดลองใช้ฟรีทันที 14 วัน

ที่มา
https://www.theguardian.com/technology/2016/mar/24/tay-microsofts-ai-chatbot-gets-a-crash-course-in-racism-from-twitter
https://www.engati.com/blog/myths-about-chatbots-that-can-keep-your-business-from-growing

